never-know

 

ทันทีที่เพื่อนร่วมชั้นเรียนอ่านกวีคุ้นหูบทหนึ่งดังดัง
หน้าห้อง
อะไรสักอย่างข้างในตัวฉันเต้น... ระริก ระริก

 

ปลุก
เหล่าผีเสื้อตัวเล็ก ๆ
โบกปีกโบยบินเริงร่า

 

นึกอยากเป็นคนนั้น
แล้วฉันจะเปล่งทุก ๆ พยางค์ให้มีชีวิต
โลดแล่นได้
เช่นทุก ๆ ครั้ง

 

กาลครั้งหนึ่ง
กับการพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าของเธอ
เพียงเพื่อจะถ่ายทอดบางสิ่ง
ผ่านทักษะและประสบการณ์


ณ วันนี้
ฉันเข้าใจดีแล้ว
สำหรับการเคี่ยวเข็ญครั้งนั้น



ไม่มีผีเสื้อตัวใดบินได้ตอนที่ยังเป็นดักแด้
ทว่าทันทีที่ลอกคราบ
สิ่งมีชีวิตตัวเดิมในร่างใหม่
ก็โบกปีกโบยบิน


ก่อนจะอ่อนแรงและหยุดพัก
เพื่อรอบางสิ่ง
บันดาลใจ
ปลุกผีเสื้อให้ขยับปีกอีกครา

 

ไม่มีผีเสื้อตัวใด

บินได้ตอนที่ยังเป็นดักแด้

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป...

ผ่านไป...

เพียงขยับปีกโบกโบย

ก็บินได้

อย่างไม่รู้ตัว.

 



  ฉบับแรก : ถึงกวีเนิส,ผู้ที่มากกว่าคำว่าคุณครู  

                 อ.สถาพร,ผู้ย่ำเท้าให้เห็นเป็นรอยทาง

                 พี่จเรวัฒน์ เจริญรูป,การฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนร่ายคำบนเวที

                 พี่จ๊อส ปรัชชา ทัศนา

                 ครูไก่ รมณา โรชา

                 พี่ตี๋ กวีหมี่เป็ด

                 พี่ดวงแก้ว และพี่กานติ

                 กลุ่มคนสร้างฝัน ม.ทักษิณ,ค่ายแรกที่ทำให้รู้ว่าข้างในตัวมีผีเสื้อรอบิน

 

ภาพประกอบ : จาก Internet

Favourites