19 เมษา 2551...  เขียนถึง Admission ในบอร์ดเด็กดี ว่า





ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาหมดเวลายื่นเลือกคณะกันแล้วยัง...
เพราะตั้งแต่ผ่านชีวิตช่วงสับสน วุ่นวาย ท้าทาย กับ Admission รุ่นแรกมา
ก็ไม่เคยตามข่าวเรื่องนี้อีกเลย

อันที่จริงก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าจะลือกเรียคณะอะไรดี
แต่ประมวลจากกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่เคยทำ และชอบทำแล้วก็เลือกก็ได้มาคณะนึง

ด้วยความเป็ Admission รุ่นแรก... ความมั่นคงในชีวิต(นักเรียน)มีน้อยมาก
ก็เลือกมันคณะเดียวกัน แต่คนละมหาวิทยาลัย ทั้ง 4 อันดับ

ความจริงก็แอบมั่นใจลึก ๆ ว่าต้องติดในกรุงเทพแน่
แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ติดเชียงใหม่ - ที่ที่เคยอยากไปเที่ยว แต่ไม่เคยตั้งใจว่าจะไปอยู่

แล้วก็รู้สึกดีกับเชียงใหม่มากมาย
ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าติดมหา'ลัยในบางกอก... คงไม่ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เหมืออยู่เชียงใหม่


แต่ละที่... แต่ละมหา'ลัย ความได้เปรียบเสียเปรียบมันต่างกัน

สิ่งที่เราชอบที่สุด...
จะเป็นสิ่งที่เราเต็มใจทำมันได้ดีที่สุด...
อดทนทำมันให้สำเร็จได้มากที่สุด...


เก่ง.. ไม่เก่ง.. ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ


ถ้าเราชอบ.. เราก็พร้อมจะเรียนรู้ และสร้างสรรค์มันออกมาในแบบของเรา

สู้ ๆ นะ




Admission... ผ่านมันมาให้ได้

เพราะสุดท้ายมันก็จะเป็นแค่อีกเหตุการณ์หนึ่ง... ที่เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ





 
16 พฤศจิกา 2550...  เขียนถึง SEASONS CHANGE ในบล็อคโอเคเนชั่น ว่า
(ตัดมาเป็นท่อนๆ ละกัน  อ่านเรื่องเต็มได้ ที่นี่ ค่ะ)


Season Change

" ก็ไม่เห็นต้องรอให้ได้เล่นเลย..
แค่นั่งฟังเฉย ๆ ก็รู้สึกดีแล้ว " 
อ้อมซึ่งรอตีฉาบครั้งสุดท้ายปิดการบรรเลงเพลงบอกป้อมซึ่งรอตีกลองอยู่อย่างเบื่อหน่าย

ป้อมถาม.. เพราะขณะที่ทุกคนในวงออเครสตร้าบรรเลง
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ต้องรอจังหวะบรรเลงเครื่องดนตรีของตนนิ่ง ๆ
และดูเหมือนว่าป้อมจะเป็นคนนั้นที่รอนานที่สุด
คำของอ้อมไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
ก็สามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ



ความชอบ ทำให้เราอยู่กับบางสิ่งได้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือเหตุผล

ไม่เห็นต้องรอให้ได้เล่น -- เหมือนกับลงแข่งแต่ไม่ได้อยากจะชนะไหม ?
แค่ได้นั่งฟังเฉย ๆ ก็รู้สึกดีแล้ว -- แค่ได้ลงมือทำก็สบายใจ

 
และ


  
 
" ผมชอบ "  อาจาย์ JiJi บอกเหตุผลที่มาอยู่เมืองไทย

" แค่นี้เหรอครับ? "

" อ้าว! ต้องมีอะไรมากกว่านี้ด้วยเหรอ ? "

 
ถ้า " มากกว่านี้ " คำนั้นมันหมายถึงสิ่งที่ควรทำหรือต้องทำ
ความชอบ ก็ไม่มีความหมาย

 
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคน   เลือกเป็น   ทั้งที่   ไม่ได้ฝันจะเป็น


 
บางที.. คนที่อยู่ข้าง ๆ เราก็มีค่าเกินกว่าจะทำลายความหวังของเขาได้
และบางที..  ความหวังดีนั้นก็แอบทำร้ายคนที่ถูกรักอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน
และความหวังดีอันเดียวกันอีกนั่นแหละ  ที่ทำร้ายทั้งสองฝ่าย
เพียงเพราะการกลัวว่าอีกฝ่ายจะเสียใจ



และ
หมาของป้อมอาจจะเห่าพ่อบ้าง
เพราะพ่อไม่คุ้นกับมัน
แต่ที่สุดแล้ว
การให้ข้าวให้น้ำมันจะทำให้มันภักดีต่อพ่อในเวลาต่อมา


 
เคย  ทำร้ายฝันของตัวเอง  เพื่อใครบ้างไหม ?
แล้วเคย  ทำร้ายความหวังของใคร  เพื่อตัวเองรึเปล่า ?
บางที..
หนังเรื่องนี้อาจเป็นหนึ่งในหนังที่คุณต้องจูงมือคนเหล่านั้นมาดู



Admission และ SEASONS CHANGE : เพราะคะแนนสูงต่ำเปลี่ยนแปลงบ่อย


เข้าสู่เทศกาล Admission อีกครั้ง...

สิ่งที่เรามักจะบอกน้อง ๆ เสมอก็คือ "เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบนะ"


อย่าเลือก เพราะเพื่อนเลือก
อย่าเลือก เพราะกำลังฮิต, กำลังอินเทรนด์
แต่ให้เลือก เพราะคิดว่าเราอยากทำแบบนั้น, อยากอยู่กับสิ่งนั้น และทนอยู่กับมันได้จริง ๆ
เพราะหลังจากวันที่ตัดสินใจเลือกคณะไป 
น้องต้องอยู่กับมันถึง 4 ปี, 5 ปี หรือ 6 ปี สำหรับบางคน 

ใช่... 
คะแนนสูง - ต่ำของปีที่แล้ว และคะแนนที่เราสอบได้ มีผลต่อการเลือกคณะ
แต่อย่าไปเครียดกับมันมากกกกก  จนเลือกคณะที่คะแนนถึงไว้ก่อนทั้งหมด


เพราะคะแนนสูงต่ำเปลี่ยนแปลงบ่อย

ระหว่างนี้... (ไม่รู้ว่าอีกกี่วันจึงจะถึงวันเลือกคณะ)
ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ, สิ่งที่ตัวเองสนใจ, สิ่งที่อยากทำให้เจอ


พี่โหน่ง - วงศ์ทนง เคยบอกว่าให้เอากระดาษมา 1 แผ่นแล้วแบ่งเป็น 2 ฝั่ง
ฝั่งหนึ่งเขียนสิ่งที่เราชอบ, สิ่งที่เราสนใจ
เช่น ชอบอ่านหนังสือ, ชอบเขียนบล็อค, ชอบใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์, ชอบถ่ายรูป, ชอบดูหนัง,
ชอบเจอคนเยอะ ๆ, นอนดึก ตื่นสาย, ชอบเจอคนเยอะ ๆ, ชอบออกภาคสนาม ฯลฯ


อีกฝั่งเขียนสิ่งที่เราไม่ชอบ, ไม่อยากเจอ และเบื่อหน่าย เช่น ไม่ชอบนั่งออฟฟิศ,
ไม่ชอบคณิตศาสตร์, ไม่ชอบใส่สูท ใส่ยูนิฟอร์มบริษัท ฯลฯ

อันนี้คือวิธีการง่าย ๆ ที่จะทำให้เรารู้ว่าควรจะเลือกคณะอะไร
ทีนี้ก็มาตัดสินใจเลือกคณะกัน

อันดับ 1 : ควรเป็นคณะที่ชอบและอยากเรียนมาก - มากที่สุด
(ไม่ต้องสนใจว่าคะแนนถึงหรือไม่)

อันดับ 2 : คณะที่อยากเรียนรองลงมา
(อาจเป็นคณะเดียวกับอันดับ 1 แต่คนละมหาวิทยาลัย - อันนี้ก็ไม่ต้องสนใจว่าคะแนนจะถึงไม่ถึง)

อันดับ 3 : คณะที่... เรียนอันนี้ก็ได้อ่ะ และมีโอกาสติดสูง
(ควรเลือกคณะที่ทำใจให้เรียนอันนี้ก็ได้
และ  คะแนนเรามากกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วนิดหน่อย)

อันดับ 4 : คณะที่... เรียนอันนี้ก็ได้อ่ะ และติดแน่นอน
(เลือกคณะที่ทำใจให้เรียนอันนี้ก็ได้ ค่อยซิ่วใหม่ปีหน้า
หรือเรียนอันนี้ก็ได้... ความจริงก็ถนัดอันนี้เหมือนกัน - แนวปลอบใจตัวเอง ^^ )

 

 
ย้ำอีกครั้งก่อนตัดสินใจเลือก!!


สิ่งที่เราชอบที่สุด...
จะเป็นสิ่งที่เราเต็มใจทำมันได้ดีที่สุด...
อดทนทำมันให้สำเร็จได้มากที่สุด...

 

Admission... ผ่านมันมาให้ได้

เพราะสุดท้ายมันก็จะเป็นแค่อีกเหตุการณ์หนึ่ง... ที่เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ



ป.ล.
1. เป็นกำลังใจให้เด็ก Admission ทุกคนนะคะ
2. อ่านเรื่องอื่น ๆ ขณะอัดอั้นตันใจกับ Admission ครั้งแรกของประเทศนี้
ปล่อย



(Entry นี้ยาวมากกก แต่ด้วยความเป็นห่วง "หนูทดลอง" อีกรุ่นน้า...)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ confused smile confused smile

#1 By b-padung Studio on 2009-04-07 13:31

น่าสงสารเด็ก

เนอะ สอบอะไรมิรู้เยอะแยะ


ขันน้ำ ขันน้ำ

#2 By น้ามชา on 2009-04-07 13:32

ฮ่า ๆ ๆ

บล็อคเรามีน้ำกะเขาด้วย

ตั้ง 2 หยด

cry

#3 By SUPERGiRL ^ ^* on 2009-04-07 13:46

อาจจะเขียนผิดไปนิดนึงนะครับ :)

"เพราะหลังจากวันที่ตัดสินใจเลือกคณะไป
น้องต้องอยู่กับมันถึง 4 ปี, 5 ปี หรือ 6 ปี สำหรับบางคน"

ตามจริงอาจบอกได้ว่า..
ทั้งชีวิตก็ว่าได้นะครับ :)

#4 By sage_nu on 2009-04-07 15:08

#4 By sage_nu

" ตามจริงอาจบอกได้ว่า..
ทั้งชีวิตก็ว่าได้นะครับ :) "


big smile

#5 By SUPERGiRL ^ ^* on 2009-04-07 16:32

big smile

#6 By (125.24.7.107) on 2009-04-07 19:33

รู้สึกว่า เด็กสมัยนี้มันเหนื่อยจริงๆ

sad smile big smile
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#7 By MomMom on 2009-04-07 22:47

Favourites